ซีไรต์ปี51:เราหลงลืมอะไรบางอย่าง
posted on 19 Jan 2009 20:14 by haveabreak in OLDWORKงานนี้เป็นงานอักษรที่มีแก้น้อยที่สุดแล้ว :)
นอกจากจะชื่อหนังสือ เราหลงลืมอะไรบางอย่างแล้ว
ดูเหมือนซีไรต์เล่มนี้จะถูกลืมไปตามชื่อหนังสือจริงๆด้วย
ที่ปรึกษาเราเป็นกรรมการตัดสินเชียวนะ..
หน้าตาดีที่สุดในบรรดากรรมการละ - -
*จริงๆมันความยาวตั้ง หลายหน้า ตัดเฉพาะบางตอนมาก็แล้วกัน
เราหลงลืมอะไรใน 'เราหลงลืมอะไรบางอย่าง'
(เวอร์ชั่นตัดตอนจาก 5 หน้า)
‘เราหลงลืมอะไรบางอย่าง’ วรรณกรรมรางวัลซีไรต์ปี 2551 สะท้อนสังคมปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งด้านดีและด้านไม่ดี อีกทั้งยังซ่อนคำถามให้กับผู้อ่าน ทั้งเรื่องอุดมการณ์ การเมือง สังคมเมืองและสังคมชนบทที่เปลี่ยนแปลงไป มนุษย์เราหลงลืมอะไรในชีวิตไหม ในเรื่องสั้นเรื่องแรก ‘นักปฏิวัติ’ ประชดเสียดสีนักศึกษาขาดทักษะในการพูดในที่สาธารณะคนหนึ่งที่โหมทำรายงาน โดยปิดตัวเองไม่ยุ่งเกี่ยวกับโลกภายนอก จนกระทั่งผลงานในหัวข้อ ‘การปฏิวัติ’ เสร็จสิ้น แต่ในขณะที่เขาพาตัวเองและรายงานที่เสร็จสมบูรณ์ เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยนั้น เขาพบว่าเกิดเหตุการณ์ปฏิวัติพอดี ด้วยความผิดหวังและเสียศักดิ์ศรีด้วยกลัวว่ารายงานของตนที่อุตส่าห์ทำมาอย่างดิบดีจะกลายเป็นรายงานธรรมดาตามกระแสบ้านเมือง และด้วยความหวาดกลัวของตนกับการพูดในที่สาธารณะทำให้ผู้อ่านเกิดข้อสงสัยในตัวนักศึกษาที่มุ่งมั่นทำรายงานเรื่องการปฏิวัติถึงขั้นที่บางครั้งเขาถึงกับวาดภาพฝันตัวเองไว้ราวกับนักปฏิวัติระบอบการปกครองที่ยิ่งใหญ่ แต่เขากลับหลงลืมสิ่งพื้นฐานใกล้ตัวที่สุด นั่นคือเรื่องการปฏิวัติตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการปฏิวัตินิสัยการพูดในที่สาธารณะ หรือ สิ่งที่เล็กน้อยที่สุดเช่นเรื่องการทำความสะอาดห้องของตน ซึ่งสุดท้ายแล้วแนวคิดนักปฏิวัติที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดในตัวนักศึกษาคนนี้ก็เกิดขึ้นเมื่อเขาตัดสินใจหยิบไม้กวาด
เรื่องสั้นที่สะท้อนสังคมเมืองปัจจุบัน ‘หาแว่นให้หน่อย’ กล่าวถึงมนุษย์ปัจจุบันที่ตามืดบอด เนื่องจากถูกครอบงำโดยกิเลสตัณหา โลกของวัตถุความมัวเมาบังตา มองปัญหาบ้านเมืองอย่างผิวเผิน เหมือนคนตาพร่ามัวที่มองอะไรไม่ชัด ตัวละครชายในเรื่องเรียกร้องหาแว่นตลอดเวลาเพียงเพื่อที่จะสามารถติดตามข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมืองให้ชัดเจน เพียงแต่เขาหลงลืมอะไรหรือไม่ เขาหลงลืมที่จะใส่แว่นแล้วย้อนกลับมามองตัวเองให้ชัดขึ้น สลัดตัวเองให้หลุดจากการยึดเหนี่ยวยึดเกาะของโลกีย์ กิเลสตัณหา พาตัวเองออกจากโลกแห่งความมัวเมาที่พร่ามัว ไปยังโลกที่สว่างไสวหรือไม่
การยืนตรงเคารพธงชาติเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อประเทศ และเป็นการแสดงออกถึงความเป็นคนไทยหรือ? จุดมุ่งหมายของการยืนตรงเคารพธงชาติคืออะไร? พวกเราหลงลืมวิธีการแสดงความจงรักภักดีต่อชาติ ที่มีมากไปกว่าการยืนตรงเคารพธงชาติหรือเปล่า ในเรื่อง ‘เพลงชาติไทย’ อาจารย์ผู้นั้นยึดติดกับเพลงชาติจนเกินไปหรือไม่ ตำรวจหนุ่มในเรื่องยึดมั่นถือมั่นกับเพลงชาติ จนกระทั่งหลงลืมไปหรือเปล่าว่าคนที่เขากำลังจับกุมนั้นเป็นชายสติไม่สมประกอบ หรือเขายึดมั่นถือมั่นกับเพลงชาติ จนกระทั่งไม่ใส่ใจความวิกลจริตของชายผู้นั้นไปแล้ว จริงๆแล้วคนเรายืนตรงเคารพธงชาติสองครั้งต่อวันเพื่ออะไร
เรื่องสั้น ‘ราตรีมีชีวิต’ สะท้อนสภาพสังคมของผู้ใช้แรงงานยามค่ำคืนกลางเมืองหลวง ที่มีความเหลื่อมล้ำแตกต่างระหว่างชนชั้นอย่างลิบลับ ท่ามกลางสังคมเมืองที่พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว จำเริญ ชายผู้ซึ่งไม่รู้จักไก่ทอดชื่อดังกลางห้างสรรพสินค้าใจกลางเมืองนั้น ถูกเรียกว่าเชย ล้าสมัยไปแล้ว จำเริญเริ่มรู้สึกแปลกแยกและไม่คุ้นเคยกับสังคมเมืองปัจจุบันที่เขาไม่สามารถก้าวตามทัน จำเริญที่เห็นสภาพแวดล้อมในสังคมเมืองนี้มีแต่ขยะ จนเก็บไปฝันนั้น ขยะของจำเริญคือเศษปฏิกูลเหลือใช้จากผู้คนจริงๆ หรือจะเป็นขยะหาประโยชน์ไม่ได้อันจากความเจริญก้าวหน้า ความเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมที่ หลอกล่อ มอมเมา มนุษย์ในปัจจุบันหรือไม่ สุดท้ายแล้วขยะสิ่งไหนที่ทำให้สังคมปัจจุบันสกปรกโสโครกมากกว่ากัน เราลืมที่จะหันมามองและเก็บกวาดขยะที่ทำให้สังคมสกปรกกันหรือไม่
‘วาวแสงแห่งศรัทธา’ แสดงให้เห็นถึงความฉ้อฉลของระบอบประชาธิปไตยในบ้านเรา เรื่องสั้นเรื่องนี้ชี้ให้เห็นถึงความน่าเศร้าของสังคมไทยที่เงินมีอำนาจซื้อทุกอย่าง แม้แต่อำนาจและสิทธิอันชอบธรรมที่ควรจะเป็นของเราเองตั้งแต่ต้น เงินมีน้ำหนักและความน่าเชื่อถือมากกว่านโยบายไปแล้ว สิ่งนี้เป็นผลพวงจากสังคมที่ปัจจุบันเป็นสังคมวัตถุนิยมไปแล้วใช่หรือไม่ พงศ์จันทร์หวังช่วยพ่อหาเสียงด้วยนโยบายที่เลิศหรู เพียงแต่เขาหลงลืมอะไรไปหรือเปล่า เขาหลงลืมความเป็นจริงที่ประชาชนยังไร้การศึกษา ยังยากจน และอำนาจของเงินยังทรงพลังอยู่มากหรือเปล่า สุดท้ายแล้ว การที่พ่อของเขาตัดสินใจใช้เงินเป็นเครื่องมือในการเรียกคะแนนนั้น เป็นการแสดงให้เห็นว่าเขายอมแพ้และยอมรับอำนาจของเงินอย่างหมดรูปแล้วหรือไม่ และ ปัญหานี้จะมีทางแก้ไขได้ไหมในอนาคตมนุษย์เราในปัจจุบันมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาซับซ้อนมากมาย ยกเว้นเรื่องง่ายๆของตัวเองหรือเปล่า
‘วิทยานิพนธ์ดีเด่น’ เรื่องสั้นที่กล่าวถึงนักศึกษาที่เพิ่งทำวิทยานิพนธ์ที่ยอดเยี่ยมของตนเองเสร็จ และโชคร้ายที่ลืมทิ้งไว้กับคนบ้าที่มาขอเงินเขากลางป้ายรถเมล์ ด้วยความหวาดกลัวไม่กล้าเผชิญหน้า เขาจึงไปแจ้งจ่าผู้หนึ่งให้ช่วยจัดการให้ จ่าจำต้องไปเนื่องจากเขามีหน้าที่ตำรวจและภารกิจที่ต้องปกป้องดูแลความปลอดภัยของประชาชน ในขณะที่นักศึกษาผู้นั้นได้วิทยานิพนธ์ดีเด่นของตนคืนมา เขาเดินหันหลังกลับโดยไม่สนใจว่าเหตุการณ์จะเกิดอะไรขึ้นต่อไป การเพิกเฉยนี้เป็นสิ่งที่ถูกแล้วหรือ ตำรวจผู้นั้นได้ทำหน้าที่ของตำรวจแล้ว ในขณะที่นักศึกษาผู้นั้นหลงลืมหน้าที่ของความเป็นเพื่อนมนุษย์ไปแล้วหรือไม่?
‘เราหลงลืมอะไรบางอย่าง’ นี้ นอกจากจะสะท้อนให้เห็นถึงความขัดแย้งระหว่างสังคมปัจจุบันที่แตกต่างไปจากอดีต ที่มีทั้งผลดีและผลเสียนั้น ‘เราหลงลืมอะไรบางอย่าง’ยังได้ตั้งคำถามอีกมากมายให้กับผู้อ่าน ที่จะต้องกลับมาครุ่นคิดหลังจากอ่านจบว่า พวกเรานั้นหลงลืมอะไรไปหรือเปล่าในยุคโลกาภิวัตน์นี้ ไม่ว่าจะเป็นสามัญสำนึก หน้าที่ เป็นต้น ซึ่งจะทำให้พวกเราได้กลับมาพินิจพิจารณาตัวเองให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นว่าพวกเราเป็นใคร กำลังทำอะไรอยู่ บนโลกปัจจุบันที่หมุนเร็วจนแทบจะวิ่งตามไม่ทันนี้
edit @ 19 Jan 2009 21:16:25 by ploy:)

#1 By chockcolate_am on 2009-01-19 20:26